• Home
  • เกี่ยวกับ "รักอาชีพ"
  • ติดต่อเรา
  • Partner
อาชีพเสริม รายได้เสริม ข้อมูลอาชีพดี ๆ รอคุณอยู่... คัดสรรค์ข้อมูลอาชีพเสริม เรียบเรียงเนื้อหาเพื่อให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด
  • หน้าแรก
  • อาชีพเสริม
  • เกษตรไทย
  • วีดีโอ แนะนำอาชีพ
  • แฟรนไชส์
  • อีคอมเมิร์ซ
  • ธุรกิจ SMEs
  • ข่าวสาร
  • บทความน่าสนใจ
  • รักอาชีพ : คราวนี้มีข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพ สร้างรายได้ดีๆ อีกอาชีพหนึ่ง โดยเป็นธุรกิจตู้เสื้อผ้าตุ๊กตา พร้อมจับกระแสตุ๊กตาบลายธ์บูม ทำให้ขยายตลาดได้อีกหนึ่งช่องทางเป็นไอเดียที่มาจากสมองและฝีมือล้วนๆ ยากแก่การลอกเลียนแบบ

    'ตู้เสื้อผ้าตุ๊กตา' อินเทรนด์ใหม่รับกระแส งานฝีมือสร้างอาชีพ

    รักอาชีพ : สำหรับ คนรักสุนัข และรักการตกแต่งบ้านแล้ว ที่พักอาศัยสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด นอกจากจะต้องอยู่สบาย เหมาะกับสรีระของสุนัข และสภาพอากาศของเมืองไทยแล้ว ควรจะเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านได้ด้วย

    ด้วยเหตุนี้เอง จากกรงสี่เหลี่ยมธรรมดา ถูกเติมดีไซน์เป็นบ้านสุนัขสุดหรูสไตล์โมเดิร์น โดยมุ่งทำผลิตภัณฑ์จากความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ฝีมือจากหญิงไฟแรงอย่าง "นางสาวสาริศา เกตุทอง" เจ้าของธุรกิจ"ด็อก เฮาส์ ดีไซน์"(Dog house design) ที่เติมเต็มความต้องการเพื่อคนรักสุนัขอย่างแท้จริง

    นางสาวสาริศา เล่าว่า รูปแบบบ้านสุนัข Dog house design ต่างจากบ้านสุนัขที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด เพราะออกแบบให้เหมือนบ้านพักอาศัยของคนจริงๆ โดย ทีมช่างสถาปนิกมืออาชีพ มีประสบการณ์ออกแบบบ้านคนมาก่อน โดยเน้นรูปแบบทรงบ้านให้มีส่วนโค้ง เว้า พร้อมติดกระจก ประตู หน้าต่าง พร้อมระเบียงบ้าน เฉกเช่นบ้านของคนจริงๆ แบ่งดีไซน์ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ สไตล์โมเดิร์น เพื่อคนรุ่นใหม่ชื่นชอบความทันสมัย และแบบบ้านทรงธรรมดา

    สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้ เริ่มจากพื้นฐานเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างและออกแบบภายใน ดังนั้น มีทีมงานพร้อม ทั้งสถาปนิก นักออกแบบ และวิศวกร รวมถึงทีมช่างฝีมือ ปัจจุบัน ยังคงยึดธุรกิจด้านนี้เป็นหลัก แต่ในส่วนของบ้านสุนัขนั้น เกิดจากตนเองและเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนในบริษัท เป็นคนรักสุนัข เกิดความคิด อยากลองทำบ้านสุนัขในสไตล์เหมือนบ้านคนจริงๆ ดูบ้าง เพื่อให้บ้านสุนัขเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ สามารถเสริมให้บ้านโดดเด่นสวยงาม และที่สำคัญ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องของสุนัข ที่ต้องปล่อยเลี้ยงนอกบ้าน จะได้มีที่หลบแดด หลบฝน หากเจ้าของไม่อยู่บ้าน

    นางสาว สาริศา เกตุทอง เจ้าของ
    เจ้าของไอเดีย เล่าว่า ในช่วงแรกลองขายเฉพาะในกลุ่มเพื่อนและคนรู้จักที่ต่างรักสัตว์เท่านั้น และจากผลตอบรับที่ดี เกิดมุมมองว่า น่าจะต่อยอดเป็นธุรกิจจริงจังได้ เพราะปัจจุบันกลุ่มคนรักสุนัขเพิ่มขึ้น และต้องการสิ่งดีๆ มอบให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรด ประกอบกับสินค้ามีความแตกต่างจากท้องตลาด น่าจะมีโอกาสทางการตลาด

    บ้านหมา Dog house design เริ่มทำได้ประมาณ 3 ปี แต่ออกขายอย่างจริงจังประมาณ 1 ปี ช่องทางตลาดเริ่มจากการหาลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต หนังสือสัตว์เลี้ยง และออกงานแฟร์สัตว์เลี้ยง ผลตอบรับออกมาค่อนข้างดีมาก จำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญ Dog house design มีส่วนสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะคนรักสุนัขได้เสมอ

    บ้านที่ออกแบบสไตล์โมเดิร์น
    “ทุกครั้งที่ดิฉันได้มีโอกาสไป ส่งสินค้า หรือออกบูทด้วยตัวเอง จะเห็นว่า ทุกคนในครอบครัวจะมารอ เพื่อชื่นชม ทำให้เราเชื่อว่า ลูกค้าทุกคนของเรามีความสุขมากกว่าการมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนๆภายในบ้าน” นางสาวสาริศา กล่าว

    สำหรับกระบวนการผลิตเปรียบเหมือนจำลองย่อส่วนบ้านคนลงมา การออกแบบเริ่มจากศึกษานิสัย พฤติกรรมต่างๆของสุนัข โดยทดลองแบบบ้านกับสุนัขของตัวเองก่อน ค่อยๆประยุกต์รูปแบบให้มีความเหมาะสมกับพันธุ์สุนัขแต่ละชนิด และสภาพอากาศของประเทศไทย

    ช่างเฟอร์นิเจอร์เพราะต้องการผลงานที่ละเอียด
    วัสดุหลักที่ใช้สร้างบ้าน คือ ไม้เนื้อแข็งเหมาะวางกลางแจ้ง ทนต่อแดดและฝน เช่น ไม้เต็ง ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน และไม้ยาง เป็นต้น แต่สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ จะเปลี่ยนมาใช้วัสดุเหล็ก เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกได้ดียิ่งกว่า

    ส่วนวัสดุประกอบอื่นๆ เหมือนกับบ้านคนทั่วไป เช่น กระเบื้องหลังคา กระเบื้องปูพื้น ไม้ฝาผนัง ฯลฯ ทาตกแต่งด้วยสีป้องกันเชื้อรา สามารถทำความสะอาดได้ง่าย รวมถึง ติดพัดลมระบายอากาศ และตะแกรง ป้องกันการขีดข่วนอีกด้วย

    บ้านออกแบบเหมือนบ้านจริง
    ที่สำคัญ ยังออกแบบคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่า เหมาะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง บางรูปแบบ สามารถเป็นเก้าอี้หรือโต๊ะวางของได้อีกด้วย ส่วนขนาดของบ้านสุนัข ตามแต่คำสั่งของลูกค้า

    ด้วยเสน่ห์ล้ำเหลือข้างต้น บ้านสุนัขสุดหรู Dog house design มักได้รับความสนใจสั่งออเดอร์จากลูกค้าต่างประเทศ อีกทั้ง ยังได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการส่งออก พาไปเปิดตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ด้านสัตว์เลี้ยงด้วย

    บ้านในแบบธรรมดา
    ทั้งนี้ ยอดสั่งผลิตสำหรับตลาดต่างประเทศ เฉลี่ยประมาณ 5-6 หลังต่อเดือน ส่วนตลาดในประเทศ ประมาณ 25 หลังต่อเดือน ลูกค้าหลักเป็นผู้เลี้ยงสุนัขตามหมู่บ้านจัดสรร โดยราคาสินค้า แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น เริ่มที่ 12,000 - 40,000 บาท แล้วแต่ขนาด และพื้นที่จัดวาง ยิ่งบ้านใหญ่ราคาจะยิ่งสูงตามไปด้วย หากเป็นแบบธรรมดาเริ่มที่ 8,000 บาท

    บ้านที่ออกแบบเพื่อเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
    “โดยส่วนตัวมีความถนัดด้านเลือก วัสดุและชำนาญด้านการออกแบบอยู่แล้ว จึงคิดจะขยายธุรกิจเกี่ยวกับบ้านสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะเชื่อว่า ตลาดสามารถเติบโตได้ไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นงานแฮนด์เมด ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ควบคู่กับทำบ้านจัดสรรต่อไป แม้รายได้จะเทียบกันไม่ได้ บ้านจัดสรรมูลค่าหลายสิบล้านบาท แต่สำหรับการทำบ้านสุนัข บอกได้เลยว่า ความสุขนับเป็นเงินไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้ม และเห็นความสุขของลูกค้า ซึ่งแสดงถึงความพึงพอใจในตัวสินค้า แค่นี้ ก็ทำให้เรามีความสุข และอยากจะทำงานตรงนี้ต่อไป ” นางสาวสาริศา กล่าวทิ้งท้าย



    "โทร. 0-2737-2511-2, 081-427-9725, 081-413-4483"

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Manager Online
    รักอาชีพ : ตู้ปลาที่เคยพบเห็นทั่วไปก็จะเป็นตู้กระจกใสไว้ตั้งโชว์บนโต๊ะสวยๆ ในบ้าน แต่สำหรับร้าน "Blue Laguna" สร้างความแตกต่างจากตู้ปลาแบบเดิมๆ ด้วยการดีไซน์รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นตู้ปลาฝาผนัง ที่สามารถเป็นทั้งตู้ปลาสวยงามและเฟอร์นิเจอร์ไปในตัว

    จากแนวคิดของเจ้าของธุรกิจ “นางสาวศิริประภา กุลมา “หรือ “หนิง” เจ้าของร้าน Blue Laguna ต้องการปฏิวัติตู้ปลาแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถนำไปตกแต่งบ้านได้อย่างกลมกลืน โดยเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมของครอบครัวด้านการผลิตเฟอร์นิเจอร์มานนานกว่า 2 ปี เน้นสินค้าประเภท โคมไฟ รูปวาด เชิงเทียน รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งบ้านทั่วไป รวมถึงมีโอกาสนำสินค้าที่ออกแบบโดยคนไทยไปจัดแสดงในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

    จนกระทั่งน้าสาวทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่แปลกและแตกต่าง รวมถึงสามารถให้ความสุขกับคนในบ้านได้ จึงมองไปที่ตู้ปลาแบบเดิม ที่บางครั้งเมื่อนำไปตั้งไว้ในบ้านทำให้ดูขัดเขิน และกลายเป็นของตกแต่งบ้านที่ไม่เข้ากับบ้านเอาซะเลย จึงแนะนำให้ลองออกแบบตู้ปลาที่สามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งบ้าน แบบทั่วไปได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปไหน เสมือนกรอบรูปที่ใช้ในการตกแต่งบ้านไปในตัว

    และแล้วการไอเดียการออกแบบตู้ปลาติดผนังก็เป็นผลสำเร็จ ตลาดแรกที่ตู้ปลาของหนิงได้ไปอวดโฉม คือประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นแห่งแรกโดยมีน้าสาวเป็นผู้ทำตลาด โดยผลตอบรับดีเกินคาด ดังนั้นจึงลองมาเปิดตลาดขายคนไทยดูบ้าง ที่จตุจักรพลาซา เมื่อ ประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายก็ไม่แพ้การจำหน่ายในต่างประเทศ โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็น เจ้าของธุรกิจสปา รีสอร์ท โรงแรม สำนักงาน และกลุ่มคนที่รักการตกแต่งบ้าน หรือชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์แปลกใหม่

    สำหรับการดูแลรักษาทำความสะอาดตู้ปลา ถือว่าไม่ยุ่งยากมากนัก โดยทำความสะอาด 1เดือน/ครั้ง เนื่อง จากตู้ปลาที่ออกแบบมานี้เพื่อเลี้ยงปลาตัวเล็ก และเป็นปลาน้ำจืดของไทย ซึ่งก็มีความสวยงามไม่แพ้ปลาทะเล อีกทั้งยังไม่ทำให้ตู้สกปรกง่าย ซึ่งการดูแลก็จะง่ายตามไปด้วย เมื่อซื้อสินค้าไปทางร้านจะนำไปติดตั้งให้เองถึงที่บ้าน พร้อมตัวกรองน้ำให้สองตัว หากตกแต่งตู้ไม่เป็นทางร้านก็ยินดีที่จะตกแต่งให้

    “ในช่วงแรกที่ทำตลาดในเมืองไทย ยังมีรูปแบบไม่มากนัก คือมีเพียง 4 แบบ เท่านั้น คือ วงกลม, สี่เหลี่ยมหน้ากว้าง สี่เหลี่ยมหน้าแคบ, และแบบเว้าโค้ง ส่วนขนาดมีทั้ง ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ โดยเริ่มที่ขนาด 90 x 75 เซนติเมตร ไปจนถึง 175 x 75 เซนติเมตร แต่ปัจจุบันมีรูปแบบที่เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของลูกค้า และการประยุกต์ตามสถานที่ที่นำไปตกแต่ง โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนใหญ่จะเป็นอลูมิเนียม ซึ่งมีความคงทน ส่วนขอบก็จะเป็นกระจกเงา เพื่อความสวยงามน่ามองและเข้ากับผนังบ้านได้ทุกสไตล์ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,900-30,500 บาท แล้ว ขึ้นอยู่กับขนาดของสินค้า”

    ตู้ปลาติดผนังของ Blue Laguna สามารถนำไปติดตั้งไปทุกห้องในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ในห้องน้ำ เนื่องจากอุปกรณ์ในการติดตั้งง่าย สามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งการเคลื่อนย้ายก็ง่ายเช่นกัน หากลูกค้าเบื่อตู้ปลาในสถานที่เดิมๆ ก็ถอดแล้วย้ายไปในพื้นที่อื่นในบ้านได้อย่างคล่องตัว

    ส่วนตลาดในต่างประเทศขณะนี้ เรียกได้ว่าได้ตู้ปลาติดผนังเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากพฤติกรรมของชาวต่างชาติ มักจะใช้เวลาอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่างก็จะสรรหาสิ่งของมาตกแต่งบ้าน เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย ประเทศเหล่านี้จะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงตลาดในประเทศไทยก็มีอัตราเติบโตมากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะคนไทยเริ่มให้ความสนใจกับตัวสินค้าตัวนี้มากขึ้น โดยอนาคตเตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่าย และพัฒนารูปแบบสินค้าให้แปลกตาและทันสมัยโดนใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย

    ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียธุรกิจที่ประยุกต์สินค้าเดิมๆ ในตลาด มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยไอเดีย เพิ่มฟังก์ชั่นประโยชน์ใช้สอยด้วยสินค้าตกแต่งบ้านที่กลมกลืนได้ทุกพื้นที่ ในบ้าน





    "สนใจติดต่อ 08-1459-6626 หรือที่ http://www.bluelagunaa.com/" CLASS="innerlink" TARGET="_blank">www.bluelagunaa.com"

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Manager Online
    รักอาชีพ : โคมไฟจากร้าน “Eyecatch BKK” โดดเด่นด้วยรูปทรง แปลกตา ผสมผสานอย่างลงตัวกับการเพนต์ลวดลายแฮนด์เมด เกิดเป็นดีไซน์ใหม่ในสไตล์เรียบหรูอยู่เหนือกาลเวลา เพิ่มมูลค่าสามารถจับตลาดบน ตอบความต้องการสำหรับคนรักการแต่งบ้านได้ตรงใจ

    รักอาชีพ : กระเช้า ตะกร้าใส่ของขวัญ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่มาช้านาน ตะกร้าได้ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีความหลากหลาย แต่ปัญหาของกระเช้า คือไม่สะดวกเวลาถือนำไปมอบ และประกอบกับกระแสของกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนที่มาแรงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

    บริษัท สเตซีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตจำหน่ายของขวัญตามเทศกาล จึงเกิดไอเดียใหม่ๆ ออกแบบกระเป๋าผ้าใส่ของขวัญ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ ในการมอบของขวัญด้วยตะกร้าแบบเดิมๆ

    รูปแบบตั้งโต๊ะ
    นายพรชัย จันทชีวกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเตซีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เล่าถึงที่มาของกระเป๋าผ้าของขวัญ ว่า เกิดขึ้นมาจากคำบอกเล่าของลูกค้าเวลานำกระเช้าปีใหม่ไปมอบให้แก่คนรับ ตามสถานที่ต่างๆ ครั้งละหลายกระเช้าบางครั้ง รู้สึกหนัก ถือลำบาก ต้องอ้าแขนจนเมื่อย บริษัทซึ่งพื้นฐานเป็นผู้ผลิตและออกแบบของขวัญอยู่แล้ว จึงได้คิดออกแบบกระเป๋าผ้าใส่ของขวัญแทนกระเช้าปีใหม่ ออกมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

    สำหรับข้อดีของกระเป๋าผ้า คือ สะดวก ถือง่าย ไม่เมื่อยแขน ดูสวยงาม และทันสมัย ไม่แพ้รูปแบบกระเช้า เวลาได้รับพร้อมกันหลายใบก็เก็บได้ง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ เกะกะเหมือนตะกร้า เพราะสามารถพับเก็บได้ และที่สำคัญสามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้อีก ในโอกาสต่อไป หรือ นำไปใช้งานในแบบอื่นๆได้ นอกเหนือจากเป็นกระเป๋าของขวัญ และเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ เราได้ทำการจดลิขสิทธิ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเป็นที่เรียบร้อย

    แบบแขวนผนัง
    โดยรูปทรงของกระเป๋าออกแบบมา 2 แบบ คือ แบบตั้งโต๊ะทรงเหลี่ยม และแบบแขวนทรงสูท ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใส่อาหารและเครื่องดื่ม โดยแบ่งออกเป็นช่อง เป็นล็อก เพื่อให้เหมาะกับการใส่อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ต่างๆ จะได้เป็นสัดส่วน ป้องกันอาหารและเครื่องดื่มมากระแทกเกิดการเสียหายได้

    ทั้งนี้ ทางบริษัทได้เริ่มทำออกมาจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ปีนี้นับเป็นปีที่สอง โดยได้พัฒนารูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงรุ่นปัจจุบัน มีกว่า 5 รูปแบบ ส่วนราคาของกระเป๋า ขึ้นอยู่กับอาหาร เครื่องดื่มที่ใส่อยู่ในกระเป๋า หรือ สามารถซื้อกระเป๋า เพียงอย่างเดียว และไปใส่อาหาร เครื่องดื่ม หรือของอื่นๆ ได้ตามต้องการ โดยถ้ามีสินค้าภายใน ราคา เริ่มตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปจนถึง 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับสินค้าภายใน ส่วนลูกค้าที่สนใจสั่งเฉพาะกระเป๋าจะมีราคาตั้งแต่ 500 บาทถึง 600 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ

    ถูกใจทั้งผู้มอบและผู้รับ
    ส่วน แนวทางในการทำตลาด มองไปที่กลุ่มลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มใน 3 รูปแบบคือกลุ่มลูกค้าเก่าได้ส่งแคตตาล็อค พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลูกค้าใหม่ใช้ระบบแนะนำบอกต่อ และการออกบูท และรูปแบบที่ 3คือการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ทผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว และขายผ่านช่องทางระบบเทเลมาร์เก็ตติ้ง และ ผ่านทางเว็บไซต์ ลูกค้าหลักในขณะนี้ 95% เป็นกลุ่มองค์กร บริษัท ห้างร้าน ส่วนที่เหลือ 5% เป็นบุคคลทั่วไป

    สำหรับผลตอบรับในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก และมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีการทดลองสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยในปีที่สอง จนทางบริษัทต้องเพิ่มรูปแบบมาขายกระเป๋า แทนที่การขายกระเช้าอย่างเดียว โดยบริษัทคาดหวังยอดขายในปีใหม่ที่จะถึงนี้ น่าจะมีการเติบโตประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา และน่าจะเพิ่มประมาณ 20 % ในส่วนของกระเช้าปีใหม่ และ โตเป็น 20% ของสินค้ารวมทุกประเภทของบริษัท

    ในส่วนสินค้าที่นำมาจัดใส่กระเป๋าของขวัญ มีสินค้าให้เลือกจากหลายบริษัทที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท อาทิ สก็อต โอวัลติน ทิปโก้ บีอิ้ง เป็นต้น ซึ่งในส่วนผลิตภัณฑ์ที่ออกมาในช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบริษัท เท่านั้น แต่รายได้หลักอยู่ที่ การจัดส่งช่อดอกไม้และของขวัญในโอกาสต่างๆ

    และในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่บริษัทได้นำนวัตกรรมการส่งของขวัญในแบบ Speed Gift Fifty Nine ภายใต้คอนเซ็ปต์การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายภายใน 59 นาที มาเป็นจุดขายให้กับคนที่ชื่นชอบความเร็ว (เฉพาะพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ รอบในเท่านั้น) ถือว่าเป็นครั้งแรกในวงการการจัดส่งมอบขวัญและดอกไม้ เนื่องจากยังไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน เพราะปัญหาการจราจร แต่บริษัทมั่นใจว่าสามารถทำได้ เพราะมีความพร้อมในเรื่องตัวสินค้า พนักงานมีความชำนาญและเชี่ยวชาญ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ลูกค้าคนใดที่ชื่นชอบความรวดเร็วทันใจ ทดลองเรียกใช้บริการได้ในช่วงเทศกาลแห่งการมอบของขวัญ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2554 ที่จะถึงนี้

    "โทร. 02-294-1551www.stacey.co.th"

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Manager Online
    รักอาชีพ : วัสดุสำหรับเย็บปัก ถักร้อย มีมากมาย ตามแต่ไอเดียของแต่ละคนจะนำมาสร้างสรรค์ลงในผลิตภัณฑ์อะไร แม้กระดุมที่ดูจะเป็นวัสดุพื้นๆหาได้ทั่วไปส่วนใหญ่จะถูกจัดวางลงบนเสื้อ แต่สำหรับร้าน House of Siree กลับมาเย็บลงบนรองเท้า กลายเป็น “รองเท้ากระดุม” สุดเก๋ ไม่ซ้ำใคร จากฝีมือชาวบ้านบรรจงเย็บ เม็ดต่อเม็ด สู่สินค้าแฮนด์เมดโดนใจชาวต่างชาติ

    รองเท้ากระดุมสำหรับผู้ใหญ่
    สิรี ศิริสัมพันธ์ เจ้าของร้าน House of Siree ผู้ ผลิตรองเท้ากระดุมที่เกิดมาจากความชอบส่วนตัวในเรื่องเย็บปักถักร้อย เห็นวัสดุกระจุกกระจิกเป็นไปไม่ได้ ต้องนำมาเย็บลงบนเครื่องแต่งกาย อย่างหมวกแฮนด์เมด ที่ JJ Mall พอเปิดได้ระยะหนึ่ง ลูกสาวได้ขอร้องให้สิรีทำรองเท้ากระดุม เมื่อครั้งยังเป็นเด็กให้อีกครั้ง หวังเพียงให้มารดาคลายเหงา พร้อมแนะนำให้ทำร้องเท้ากระดุมขายด้วย จากกระแสความชื่นชอบของเพื่อน เมื่อครั้งลูกสาวสวมใส่ และการคาดการณ์ดังกล่าวก็ตรงตามคาด มาวันนี้มารดาไม่เหงาแล้ว หลังยอดขายรองเท้ากระดุมพุ่งแรงแซงเครื่องประดับ ที่ต้องเก็บไว้หลังร้าน เคลียร์พื้นที่ให้รองเท้ากระดุมแทน

    รองเท้ากระดุมที่นำมาตัวตุ๊กตามาประดับได้ตามใจชอบ
    "เราเริ่มจากการทำเครื่องประดับจากวัสดุเย็บปักถักร้อย จากความชอบส่วนตัว และต้องการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อาศัยดูแบบจากนิตยสารต่างประเทศ ซึ่งมีการนำกระดุมมาตกแต่งลงบนรองเท้าแต่ไม่มากนัก เราจึงลองปรับรูปลักษณ์โดยใช้กระดุมมาเย็บลงบนรองเท้าทั้งคู่ ผลที่ออกมาก็ดูสวยไปอีกแบบ ไม่ซ้ำใคร แรกๆ ก็ทำให้ลูกค้าสาวใส่ เพื่อนๆ ต่างชื่นชอบ และให้ทำให้บ้าง ซึ่งเราก็ได้ลองนำไปขายที่ร้านขายเครื่องประดับที่ JJ Mall ชั้นใต้ดิน ซอย 8 เลขที่ G.253, G.257ด้วย ผลปรากฏว่ายอดขายรองเท้ากลับขายดีกว่าเครื่องประดับที่ขายอยู่เดิม ทำให้ผลิตรองเท้ากระดุมอย่างจริงจัง พร้อมกับพัฒนารูปแบบเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่มีประมาณ 8 แบบ รวมกว่า 40 ขนาด”

    รองเท้ากระดุมสำหรับเด็ก
    รองเท้ากระดุมของร้าน House of Siree ออกแบบสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งรองเท้าผู้ใหญ่จะใช้กระดุมประมาณ 500-600 เม็ด ล้วนเป็นงานแฮนด์เมดทั้งสิ้น ที่ทางร้านได้กระจายงานให้แก่ชาวบ้านในต่างจังหวัด เช่น สกลนคร อุดรธานี นครราชสีมา และสุพรรณบุรี โดยต้องผ่านการฝึกฝนจากคุณสิรีก่อน เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ กล่าวคือ ภายในรองเท้าจะต้องเห็นรอยเย็บที่เป็นระเบียบ และต้องไม่มีปมของเส้นด้ายด้านใน เพราะอาจทำให้ลูกค้าสวมใส่ไม่สบาย

    รองเท้าประดับมุกหลากสี
    “ชาวบ้านจะเป็นผู้เย็บกระดุมลงบนรองเท้าให้เรา และเมื่อนำมาขายที่ร้าน เราจะมีตัวตุ๊กตาให้ลูกค้าเลือก เพื่อนำประดับตกแต่งเพิ่มเติม ถือเป็นลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ เพราะจะทำให้รองเท้าของตนเองไม่ซ้ำใคร ซึ่งทางร้านจะเย็บให้ทันที โดยไม่คิดราคาเพิ่ม ซึ่งกระดุมที่เราเลือกใช้นั้นจะทำจากเรซิ่น ที่จะเบากว่าพลาสติก ที่สั่งทำเป็นพิเศษจากโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตกระดุม ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่”

    รองเท้ามุก
    นอกจากความโดดเด่นของรองเท้ากระดุมแล้ว ทางร้านยังได้นำเลื่อม และไข่มุก มาเย็บลงบนรองเท้าอีกด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มักเข้ามาอุดหนุนสินค้า เป็นประจำ รวมถึงการขายส่งให้กับประเทศคูเวต ที่จะสั่งครั้งละหลักร้อยคู่ทุกเดือน เน้นโทนสีสดใส ส่วนลูกค้าชาวยุโรปจะชอบสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป

    รองเท้ากระดุมโทนสีเรียบๆ โดนใจชาวยุโรป
    ส่วนปัญหาหลักของธุรกิจนี้คือ เรื่องแรงงาน ที่ต้องอาศัยฝีมือและความอดทนสูง ส่วนอีกหนึ่งปัญหาคือ คุณภาพของรองเท้า ที่ยากแก่การควบคุมคุณภาพได้ เพราะไม่ได้ผลิตเอง บางครั้งลูกค้าซื้อไปแต่สวมใส่ได้ไม่นาน ก็ต้องนำกลับมาให้ทางร้านซ่อมแซมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ภายในปีหน้าทาง House of Siree ได้สั่งผลิตรองเท้าในแบรนด์ของตัวเอง ดังนั้นในเรื่องคุณภาพก็หมดห่วง แต่ราคาขายอาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปัจจุบันขายคู่ละ 500-3,000 บาท

    รองเท้าประดับเลื่อม
    สำหรับแผนธุรกิจในอนาคตคุณสิรี ต้องการสร้างอาชีพให้ผู้ที่สนใจ ด้วยการเปิดสอนการทำรองเท้ากระดุม แบบไม่หวงวิชา ที่จากเดิมเปิดสอนที่ JJ Mall มี 12 ที่นั่ง แต่ในปี 2554 ที่ถึงนี้จะเพิ่มพื้นที่ร้าน MBK Center ชั้น 6 เปิดสอนอีก 6 ที่นั่ง สอนฟรีให้กับผู้ที่สนใจ โดยไม่กังวลเรื่องคู่แข่ง เพราะธุรกิจนี้ต้องอาศัยใจรัก และเป็นงานที่ทำค่อนข้างยาก





    เย็บไปขายไป
    "สนใจติดต่อ 08-1123-4998, 08-1817-3317"

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Manager Online
    บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

    จองรีสอร์ท ลิเวอร์พูล

    วีดีโอประจำสัปดาห์

    เว็บไซต์ที่สำคัญ

    • โครงการต้นกล้าอาชีพ
    • สำนักงานส่งเสริมวิืสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

    เพื่อนบ้านของเรา

    • ฟังเพลงออนไลน์
    • ชีวิตนี้จะอะไรนักหนา
    • My Inspiration For Life
    • Healthnews 2day

    บทความยอดนิยม

    • ADT online ทุ่มงบ 30 ล้าน ดันธุรกิจตู้เติมเงินมือถือ บุกตลาดเพื่อนบ้าน
      รักอาชีพ : "ADT Online" ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเติมเงินมือถือแบบหยอดเหรียญ เผยยอดพุ่งก้าวกระโดด ครองแชมป์ยอดขายสูงสุด 3 ปีซ้อน พ...

    ชอบก็กด Like! กันได้เลย

    แนะนำ: เพื่อการแสดงผลที่ดีกว่า :)

    อาชีพเสริม รายได้เสริม อาชีพอิสระ
    รักอาชีพ แหล่งข้อมูลอาชีพเสริม หรือรายได้เสริมต่างๆ ที่รวบรวม คัดสรรมาเรียบเรียง เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ดี และง่ายต่อการเข้าใจ

    Google PageRank Checker Powered by  MyPagerank.Net

    คำค้นสำคัญ

    ecommerce video ขายกาแฟ งาน smes ตลาดนัด ธุรกิจมาแรง ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจไอศครีม พู่กัน รายได้เสริม อาชีพคนไทย อาชีพหลังเลิกงาน อาชีพอิสระ อาีชีพเสริม เกษตรไทย เอสเอ็มอี แฟรนไชส์
    © 2010 รักอาชีพ | ขนาดตัวอักษร A A A | ท่านในขณะนี้...
    ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด | โดย Blogger.com